แก่ หรือ ปลง
posted on 21 Jul 2009 01:47 by positiveblogวันเกิดที่เพิ่งผ่านไป เมื่อ 6 ก.ค. เป็นปีที่เงียบสงบที่สุด จากทุกปีที่ผ่านมา ทั้งหมด 18 ปี!!!
แหะๆ โกหกอ่ะ เปลี่ยนใหม่ก็ได้ จากทุกปีที่ผ่านมา ทั้งหมด 28 ปี
ปีนี้ คนโทรมา เบิร์ธเดย์ ก็น้อยลง
แมสเสจ มาเบิร์ธเดย์ ก็น้อยลง
ของขวัญ ก็น้อยลง
ถ้าเป็นหลายๆปีแต่ก่อนนู้น อาจจะนอย อาจจะงอนเพื่อนๆ พี่ๆ ไปแล้ว
.... แต่ปีนี้ ....
รู้สึกเฉยมาก
ไม่ได้สนใจว่า คนอื่นจำวันเกิดเราไม่ได้ คนอื่นลืมเราแล้ว
ของขวัญไม่ได้อยากได้เหมือนแต่ก่อน ด้วยเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจแบบนี้ด้วยล่ะ
พี่ๆที่เคยทำงานด้วย ก็ถามว่าอยากได้อะไร
เราก็ตอบไปว่า " ไม่ต้องซื้อก็ได้ "
ไม่ได้แอ๊บแบบ ปากบอกไม่อยากได้ แต่ในใจแอบลุ้น
คือ มันไม่รู้จะอยากได้อะไรจริงๆ
เพราะ แก่ หรือ ปลง ก็ไม่รู้
ยิ่งมาช่วงหลังๆนี่ รู้สึกว่าตัวเองจะเสียสละให้กับครอบครัวมากขึ้น
นึกถึงครอบครัวมากขึ้น นึกถึง พ่อ แม่ พี่ หลาน
อย่างเรื่องเงิน ตะก่อนนี้ 3-4 พัน อย่าหวังจะได้ยืมจากเราง่ายๆ
แต่เดี๋ยวนี้ กดให้เลย 3-4 หมื่น เดือดร้อนก็เอาไป
พี่สาวยังแปลกใจ ว่าทำไมถึงคิดจะช่วย ช่วยแบบเค้าไม่ได้ขอ แต่เราถามและยื่นมือช่วยเอง
ตอนนี้มันรู้สึกว่าเงินเป็นของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ ถึงมันจะหาย้าก ยาก ก็เหอะ!!!
เพราะ แก่ หรือ ปลง ก็ไม่รู้
มีสาเหตุนึง...ที่พอจะนึกออก ถึงสาเหตุที่เราเปลี่ยนไป ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกันหรือเปล่า
ไอ่เรื่อง 3 ปีน้ำจะท่วมโลกอ่ะ
ก็ไม่รู้ว่า เราจะเห็นแก่ตัวเอง มองแต่ตัวเองไปทำไม
ในเมื่อสุดท้ายมันก็ลงเอยด้วยการตาย
เงินที่มีเก็บไว้ ทำงานงกๆๆๆ ทำไปเพื่ออะไร มีเงินเยอะไปเพื่ออะไร
ในเมื่อสุดท้ายมันก็ลงเอยด้วยการสูญเปล่า
คนที่จะคิดแบบนี้ได้
เพราะ แก่ หรือ ปลง ก็ไม่รู้
....เอาล่ะๆ เอาเป็นว่า....
จะด้วยเหตุผลกลใด ก็ช่างแหม่มเถอะ
จะว่า แก่ ก็ แก่ รู้สึกตัวว่าแก่ โดยเฉพาะหนังหน้า ต้องเปย์ ต้องทรีต ดูแลมันหลายอย่างเหลื้อ...เกิน
รอยตรีนกาไม่ค่อยมี ((พอดีอวบระยะสุดท้าย หนังหน้ามันก็ตึงไปหมด 555))
แต่มันหมองคล้ำกรำศึกยังไงไม่รู้
จากที่เคยเที่ยวผับ แดนซ์กระจัดกระจาย กระเจิดกระเจิง
มาบัดนี้...ได้แค่นั่งร้านเล่นดนตรีสด ก็อยู่ได้ยาวๆ
จากที่ทุกวันเกิดต้องมีปาร์ตี้กับเพื่อน แต่ปีนี้... แค่ตื่นเช้ามาใส่บาตร
แล้วก็ซื้ออาหารทะเลมาปิ้งกินที่บ้านกับคน ในครอบครัว
ส่วนจะว่า ปลง ก็ ปลง นะ บางทีได้อ่านปรัชญา หรือ ทฤษฎีการใช้ชีวิต ของหลายต่อหลายคน
((ได้มาจากพวกฟอร์เวิร์ดเมล์ทั้งหลายแหล่นี่ล่ะ)) ก็รู้สึกได้ว่า ชีวิตมันก็เท่านี้แล
ชีวิตของบางคนมันสั้นเกินกว่าจะคิดทัน บางคนกว่าจะมาคิดเรื่องดีๆได้
ก็ปาไปวัยใกล้ฝั่งใกล้ฝาโรง ว่าจะทำเรื่องดีๆ ก็พละกำลังก็น้อยลง
ได้แต่นอนร้องว๊า..... ทำไมไม่คิดให้เร็วกว่านี้น้อ
เราก็คนนึง ที่ไม่อยากนอนร้องว๊า..... ตอนนี้อะไรที่ยังมีแรงอยู่ ก็ทำ
ให้เต็มเหนี่ยวไปเลยเพ่ เต็มที่ไปเลยเธอ...
ก็รู้สึกดีไปอีกแบบเหมือนกันนะ ที่ทุกอย่างมันนิ่งขึ้น เหมือนคลื่นลมมันสงบแล้ว
แต่ก็นะ มันเป็นเรื่องที่ต้องรอเวลาดูต่อไป มันอาจเป็นแค่ช่วงพักครึ่งของชีวิตก็ได้
ไม่แน่ว่า พายุ อาจจะเข้า ทำให้ปีศาจใต้ทะเลตื่นจากภวังค์
แล้วลุกขึ้นมาบ้าคลั่งอีกครั้งก็ย่อมเป็นไปได้
.
.
.
อ้อ...อีกอย่าง ((มันยังไม่จบแฮะ)) ที่อยากจะบอกทุกๆคนเลยอ่ะ
เรื่องที่ตอนพ่อแม่มีชีวิตอยู่อ่ะ มีอะไรอยากให้ก็ให้เลยนะ
อยากบอกอะไรก็บอกให้เค้าได้รับรู้เลย
เค้าอยากกินอะไรก็รีบจัดหาให้เลย อย่ารีรอ...
ไม่งั้นถึงเวลาวันนั้น จะมานั่งเสียใจ
... ทำได้แค่จุดธูปบอก ...
... ทำได้แค่เผากระดาษหรือทำบุญไปให้ ...
... ทำได้แค่เคาะข้างโรงเรียกกินข้าว ...
คือได้ไปงานศพพ่อเพื่อนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เห็นกับตา
จะบอกว่า สะท้อนใจสุดๆอ่ะ
แล้วอีกอย่าง...วันเกิดอ่ะ อยากจะเลี้ยงเพื่อนก็เลี้ยงเถอะ
แต่ก่อนจะเลี้ยงเพื่อน อย่าลืมเลี้ยงขอบคุณพ่อแม่ก่อนอ่ะ
จริงๆนะ
((หลายคนคงคิดได้แล้ว อันนี้ก็ฝากให้คนที่ไม่ทันคิดได้ลองคิดดูเนอะ))
edit @ 21 Jul 2009 02:52:06 by natthapatch